Advertisement

loading...

Advertisement

จากกรณีนายเรืองวิทย์ หรือต้น เกษทอง อายุ 32 ปี ชาวจ.อ่างทอง ก่อเหตุใช้น้ำมันราดตัวน.ส.เบญญาภา นาคแคล้ว อายุ 31 ปี ชาวสิงห์บุรี อดีตภรรยาแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็นจนอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง จากนั้นนายเรืองวิทย์ขี่รถหลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณหน้าร้านศรีไพโรจน์ เลขที่ 97 ถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนายเรืองวิทย์และน.ส.เบญญาภา เลิกรากันแล้ว แต่นายเรืองวิทย์ยังคงตามราวีมาโดยตลอด จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุน.ส.เบญญาภา เห็นนายเรืองวิทย์ไปป้วนเปี้ยนที่ทำงาน จึงโทรให้เพื่อนไปรับ และถูกนายเรืองวิทย์ขี่รถตามมาก่อเหตุดังกล่าว จนเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกรวบตัวนายเรือวิทย์ได้ที่บ้านพักในจ.อ่างทอง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 


ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฎิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทองกว่า 50 นาย ระดมกำลังกันคุมเข้มนายเรืองวิทย์ หรือต้น เกษทอง อดีตสามีโหด ที่ใช้น้ำมันเบนซินราดและจุดไฟเผาน.ส.เบญญาภา อดีตภรรยาสาว โดยเจ้าหน้าที่นำตัวนายเรืองวิทย์ไปชี้จุดที่ดักรอนส.เบญญาภา ที่หน้าห้างสะดวกซื้อแห่งในตำบลบ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง และมาจุดที่สองเป็นจุดที่ซื้อน้ำมันที่เป็นตู้หยอดเหรียญในตำบลศาลาแดงอำเภอเมืองอ่างทอง รวมไปถึงจุดที่ตามมาบริเวณที่พักผู้โดยสารกลางเมืองอ่างทอง ซึ่งเป็นจุดที่เกิดมีปากเสียงกัน และจุดสุดท้ายคือจุดที่เกิดเหตุบริเวณพื้นที่หน้าร้านศรีไพโรจน์ เลขที่ 97 ถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ต.ตลาดหลวง โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเกรงว่าจะถูกประชาชนที่มามุงดูจำนวนมากรุมประชาทัณฑ์ โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที ก่อนที่จะรีบนำตัวนายเรืองวิทย์ขึ้นรถออกจากจุดเกิดเหตุ ก่อนนำตัวกลับไปยัง สภ.เมืองอ่างทองเพื่อสอบสวนและเตรียมขออนุมัติฝากขังในวันนี้

 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาการของน.ส.เบญญาภายังอยู่ในอาการสาหัส เบื้องต้นทางแพทย์ยังคงให้พักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูปลอดเชื้อ รพ.อ่างทอง เนื่องจากมีบาดแผลถูกไฟไหม้หลายจุดเกรงว่าแผลจะติดเชื้อ โดยอาการโดยรวมยังสามารถตอบโต้ได้ เมื่อมีการให้ยกแขนหรือมือแต่ยังไม่สามาถพูดตอบโต้ได้ ซึ่งทางแพทย์ยังไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าดูอาการน.ส.เบญญาภา มีเพียงญาติเท่านั้นที่เฝ้าดูอาการอยู่

 

ที่มา ข่าวสด

Advertisement

loading...