Advertisement

loading...

Advertisement

     ในวันรับปริญญาหลายๆคนที่เคยผ่านวันนั้นมาจะต้องรู้ดีว่าเราจะต้อง ใช้เวลาทั้งยืนและเดินเยอะมากๆ แต่ถ้าใครยังไม่ผ่านเวลานั้นมาลองอ่านเรื่องจริงจากคุณ solarbeam สมาชิกเว็บไซต์พันทิปที่เธอได้เขียนกระทู้เล่าว่า เธอได้เลือกซื้อรองเท้าราคาถูกมาใส่ในวันรับปริญญา กะว่าจะใส่แค่วันเดียวแล้วทิ้งเลย แต่ผลที่ได้กับทำให้เธอต้องจำไปตลอดชีวิต

สวัสดีค่ะ วันนี้บีมจะมาเตือนใจน้องๆว่าที่บัณฑิตหญิงทุกๆท่านนะคะ

ก่อนอื่นเลยต้องขอโทษที่มาตั้งเตือนภัยช้า (รับมาประมาณปีแล้วค่ะแต่เพิ่งมาตั้งกระทู้)

เรื่องของเรื่องคือ จะรับปริญญา ก็ต้องใส่ชุดพิธีการ และที่ขาดไม่ได้คือรองเท้าคัทชูถูกไหมคะ

ซึ่งโดยปกติไม่ค่อยมีใครได้ใส่รองเท้าคัทชูเรียน

รวมถึงบีมด้วยค่ะที่ไม่เคยสัมผัสกับรองเท้าประภทนี้มาก่อนเลย

ตอนเรียนเป็นสาววิศวะ ใส่แต่ผ้าใบ ไม่เคยใช่คัทชู ทำให้ไม่มีรองเท้าเพื่อในในพิธีรับปริญญา

เลยต้องซื้อรองเท้า และด้วยความคิดที่ว่า

“เห้ยยยยย ไหนๆก็ใส่ไม่กี่ครั้ง แค่ซ้อมกับรับจริง เราจะซื้อแพงๆดีๆทำไม เปลืองเงิน”

นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ค่ะ

บีมเลยไปซื้อรองเท้าคัทชูที่ถูกๆที่ “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ victory monument” //ทำเสียงแบบประกาศบน BTS 5555

คือไปก็เจอหลายร้านมากค่ะที่รองเท้าคัทชูราคาถูกๆ มีตั้งแต่ 199 บาทขึ้นไป

ด้วยความงกที่ครอบงำ บีมเลือกซื้อคู่ละ 199 บาท กะใส่แล้วทิ้งไม่คิดอะไรมาก

และนั่นคือความผิดพลาดของบีมเป็นอย่างมาก

ทรงรองเท้าคัทชูเค้าจะเป็นทรงหน้าตัด ทำให้บีบหน้าเท้ามาก

ความยาวเท้าบีมใส่รองเท้าประมาณ เบอร์ 37.5

แต่เป็นคนที่หน้าเท้ากว้างมาก เลยซื้อลองเท้าคัทชูเบอร์ 40 มาค่ะ

แล้วซื้อกันกัดมาแปะที่หลังเท้า 2ชั่น เพื่อกันเดินแล้วหลุด

และที่สำคัญคือบีมซื้อเทปปิดกันกัดที่ซื้อใน 7-11 มี 2 แบบทั้งรูปรองเท้าแดง กับอีกซองที่เนื้อนุ่มๆสีชมพู

อยากบอกว่าติดกันกัดป้องกันหนาแน่นมาก ทั้ง 2 แทบทับกันและปิดซ้ำด้วยพลาสเตอร์แปะแผลที่เป็นผ้าๆอีกชั้น

แต่ไม่รอดจากการรองเท้ากัดเลยค่ะ

หลังจากซ้อมทั้งวัน วันรุ่งขึ้น แผลเริ่มพองออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b8%b9-1

พอแผลพองก็ไม่ได้การแล้ว เพราะจะต้องซ้อมใหญ่ในวันต่อมาอีกทำไงคะ

ใช่ค่ะ เจาเอาหนองออก แล้วผลที่ได้คือ “แผลอักเสบหนักมาก”

จนผ่านไป 3 วัน นิ้วก้อยเท้าทั้งข้างซ้ายและขวา บวมมาก เดินลำบาก เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาล

Advertisement

loading...

พอไปถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ที่เคาท์เตอร์ถามว่ามาทำอะไรคะ

พอตอบไปว่า “รองเท้ากัด” เจ้าหน้าที่งงค่ะ ประมาณว่าแค่รองเท้ากัดต้องมาหาหมอเลยหรอ? 5555

และเจ้าหน้าที่ได้เรียกพยาบาลให้มาดูแผล พอพยาบาลเห็นแผลแค่นั้นแหละค่ะ ตลึงกันทุกคน 5555

สภาพแผลจากการติดเชื้อ ระวังภาพหลอนติดตามนะคะ

 

%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b8%b9-3

ข้างซ้ายของแผลแบบซูมๆ

 

%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b8%b9-4

ข้างขวาของแผลแบบซุมๆเช่นกันค่ะ

 

%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b8%b9-5

เป็นไงคะ สยอง ภาพติดตากันไหมคะ 55555

นี่คือตอนล้างแผลแล้วค่ะ

จบด้วยสภาพเท้าแบบนี้ค่ะ

 

%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b8%b9-6

คือเกือบไม่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเพราะความงกของตัวเองแท้ๆเลยค่ะ

สุดท้ายนี้ เสียค่ารักษาไป 900กว่าๆ ไม่รวมกับค่าล้างแผลทุกวัน วันละ 200บาทอีกนะคะ ช็อคมากค่ะ

เสียเยอะกว่าซื้อรองเท้าดีๆสักคู่ แค่คู่ละ 500-600 บาท

อย่างที่โบราณเค้าบอกเลยค่ะ “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” คือเรื่องจริง

ลาไปดวยใบบิลค่ารักษา(ไม่รวมค่าล้างแผลอีกวันละ 200บาทที่ต้องไป 1 สัปดาห์อีกนะคะ)

 

%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b8%b9-7

อยากแชร์ประสบการณ์แย่ๆเรื่องรองเท้าให้ทุกๆคนค่ะ

ปล. edit เพื่อจะมาบอกว่า ภาพมีการย่อและปรับสีให้ดูพาสเทลเล็กน้อย เพื่อไม่สยองแบบสีจริงๆแล้วนะคะ 55555

ขอขอบคุณเนื้อหาจากคุณ : solarbeam

Advertisement

loading...