Advertisement

loading...

Advertisement

พูดถึง ‘เขาค้อ’ จังหวัดเพชรบูรณ์ คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่คนจากทั่วทุกสารทิศมักเดินทางมาสัมผัสกับธรรมชาติที่แสนงดงาม อากาศหนาวๆ เย็นๆ ตลอดทั้งปี หรือแม้แต่ทะเลหมอกในยามเช้า ซึ่งคนเรามักจะนึกถึงอยู่แค่นั้น

แต่ว่า ‘เขาค้อ’ ไม่ได้มีเพียงแค่การท่องเที่ยวทั่วไปอย่างที่เรารู้จักเพียงเท่านั้น เพราะที่นี่ยังมีรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในลักษณะการท่องเที่ยวสีเขียว หรือ Green Khaokho ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม หรือเทศกาลของชาวเขาค้อได้ตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงแค่ฤดูหนาวเพียงเท่านั้น พร้อม เชื่อมโยงการท่องเที่ยวตามเส้นทางถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 หรือ Route 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ที่ประกอบไปด้วยเขาค้อ ภูทับเบิก และภูหินร่องกล้าอีกด้วย

ซึ่งผมจะพาไปรู้จัก 3 สถานที่ท่องเที่ยวของเขาค้อ ที่ยังถือว่ามีความซิง และมีความน่าสนใจไม่แพ้สถานที่ยอดนิยมเลยแหละ

‘เขาค้อ’ ยังรอเธอ…

ทิวเขาสลับซับซ้อน ความสูงตั้งแต่ 500-1400 เมตร กับอากาศแสนเย็นสบายตลอดทั้งปี ทำให้ที่นี่คือสวรรค์บนผืนดิน ที่ทุกคนสามารถเดินทางมาสัมผัสได้ด้วยตัวเอง ใครจะคิดว่า ในอดีต ‘เขาค้อ’ คือสมรภูมิรบระหว่างรัฐบาลไทย กับพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศไทย ที่ทุกวันนี้ยังคงมีร่องรอยของการต่อสู้ทิ้งไว้ให้ดูให้เห็น ให้ศึกษาถึงความเป็นมาของ ‘เขาค้อ’ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน แม้เขาค้อจะเคยผ่านช่วงเวลาของความขัดแย้งมาแล้ว ก็ไม่อาจทำลายความสวยงามของที่นี่ได้ และปัจจุบัน ‘เขาค้อ’ ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ทางธรรมชาติยอดนิยมของชาวไทยและต่างชาติไปเรียบร้อย

เดินทางง่ายๆ หลากหลายเส้นทาง

หากขับรถมาเองก็ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถึงจังหวัดสระบุรีเลยไปจนถึงสวนพฤกษศาสตร์พุแคตรง กิโลเมตรที่ 125 แยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอำเภอชัยบาดาล อำเภอศรีเทพ อำเภอวิเชียรบุรี ต่อไปอีก ประมาณ 221 กิโลเมตร ถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมระยะทางประมาณ 346 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 5 ชั่วโมง

หรือใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1ถนนพหลโยธิน ถึงอำเภอวังน้อยแล้วแยกเข้าเส้นทาง หลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วใช้เส้นทาง หมายเลข 117 ตรงเข้าจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นใช้ทางหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ผ่านเขาค้อ-หล่มสัก เข้าจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมระยะทาง 547 กิโลเมตร

พักชิลๆ ใน Green Resort แห่งแรกบนเขาค้อ

‘ต้นกาแฟเขาค้อ’ บ้านพักโฮมสเตย์สไตล์ยุโรป ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ เน้อที่กว่า 80 ไร่ โอบล้อมไปด้วยไร่กาแฟสายพันธุ์อราบิก้า ที่นี่มีที่พักเพียง 5 ห้องเท่านั้น รวมทั้งมีจุดกางเต้นท์ให้อีกไม่เกิน 30 หลัง เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดและทำลายบรรยากาศความสงบแห่งการพักผ่อน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ : http://tonkafae.com/

กาแฟ D.I.Y. เก็บเอง คั่วเอง บดเอง ชงเอง

นอกจาก ‘ต้นกาแฟเขาค้อ’ จะเป็นที่พักแล้ว ที่นี่อย่างตั้งใจที่เป็นแหล่งสร้างงานให้แก่คนในท้องถิ่น และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านกาแฟให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสเข้าสวนกาแฟเพื่อเก็บเม็ดกาแฟ แล้วมาคั่วมือเองโดยกระทะทองเหลือง บดแบบเครื่องมือหมุนเองแบบโบราณ และชงเอง รสชาติที่ได้มา ก็คือรสชาติที่เป็นของเราเอง ซึ่งจุดประสงค์ของที่นี่คือ เป็นสถานที่เรียนรู้การปลูกกาแฟ เพื่อหวังที่จะให้กาแฟกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกทดแทนการปลูกพืชเชิงเดียวที่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วมือด้วยกระทะ พร้อมที่จะไปบดเพื่อทำเครื่องดื่มกันแล้ว

กาแฟ D.I.Y. อยากดื่มก็คั่วมือเอง บดแบบเครื่องมือหมุนเอง และชงเอง รสชาติที่ได้มา ก็คือรสชาติที่เป็นของเราเอง กินได้ไม่ได้เดี๋ยวรู้กัน

บ้านไร่ไออุ่น’ ไร่สตรอว์เบอรี่เขาวงกตแบบ Green Farming

Advertisement

loading...

ไร่สตรอว์เบอรี่เล็กๆ ลึกเข้าไปกลางหุบเขาค้อ ซึ่งที่นี่มีกระบวนการทำการเกษตรอินทรีย์แบบปลอดสารพิษ 100% โดยคุณแอ๊ด เจ้าของ ‘บ้านไร่ไออุ่น’ อดีตวิศวกรจากเมืองกรุงที่ผันตัวเองมุ่งหน้าสู่การสร้างความสุขของครอบครัวที่อบอุ่นด้วยเกษตรปลอดภัย ที่ทุกคนในครอบครัวจะได้รับอาหารที่มีประโยชน์ ปลอดสารเคมี และเมื่อเลือกกินในครอบครัว ก็นำไปแจกจ่ายให้กับคนในชุมชน พร้อมกับส่งขาย เพื่อนำรายได้มาจุนเจือครอบครัว โดยน้อมนำการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาทดลองใช้จนประสบความสำเร็จ

ศิลปะในไร่สตรอว์เบอรี่

ใครที่เดินทางมาที่ ‘บ้านไร่ไออุ่น’ ก็จะได้พบกับ ‘Land Art – สตรอว์เบอรี่เขาวงกต’ นวัตกรรมทางศิลปะเพื่อการท่องเที่ยว ที่จะให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเดินเก็บผลสตรอว์เบอรี่ปลอดสาร พร้อมกับสนุกสนานกับการเดินลัดเลาะไปภายในเขาวงกต เพลินไปกับลูกสตรอว์เบอรี่สีแดงๆ หวานฉ่ำ แถมราคาไม่แพงอีกด้วยอยู่ที่กิโลกรัมละ 140 บาทเท่านั้น

สตรอว์เบอร์รี่ แดงๆ หวานๆ ฉ่ำๆ จากไร่ แถมปลอดสารเคมี 100% เก็บปุ๊ป ลางน้ำปั๊ป กินปุ๊ป ฟินพระเจ้าค่ะ!!!!

นอกจากไร่สตรอว์เบอรี่เขาวงกตแล้ว ยังมีแปลงพืชผักปลอดสารเคมีอย่างผักสลัดสดๆ ให้ได้ซื้อสดๆ จากไร่ไปรับประทานกันในราคาเพียงต้นละ 10 บาทเท่านั้น ซึ่งสามารถให้พี่ๆ เกษตรกรช่วยเก็บออกมาจากสวนหรือจะลองเก็บเองแล้วไปจ่ายตังก็ได้

‘เขาแม่ย่า’ ว่ากันว่านี่คือฟูจิเมืองไทย

ว่ากันว่าถ้าจะไปดูฟูจิเมืองเลยต้องไปดูที่ ภูป่าเปาะ แต่ถ้าอยากดูฟูจิเมืองไทยต้องที เขาย่า จ.เพชรบูรณ์ เพราะเขาย่ามีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะหากมองจากมุมมองของ Top View Resort เราจะได้เห็นเขาย่าในมุมมองคล้ายภูเขาไฟฟูจิเลยทีเดียว ไม่เชื่อก็ลองดูภาพที่ผมถ่ายมาสิว่าคล้ายหรือไม่

วิวเขาย่า จากมุมทุ่งหญ้า สวยงามมั้ยล่ะ

ลั้นลา โลกสวยกลางทุ่งดอกไม้

Top View Resort ไม่ได้มีดีเพียงแค่วิวฟูจิเมืองไทยเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นพื้นที่แหล่งการเรียนรู้การจัดการท่องเที่ยวทุ่งดอกไม้ ที่ได้มีการนำดอกไม้ที่สามารถนำไปผลิตเป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่ม หรือส่สนประกอบในเครื่องสำอางเช่น ดอกเก๊กฮวย ดอกคาโมมาย และดอกบูลซัลเวีย ที่สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และส่งจำหน่ายได้ราคาดีอีกไม่ด้วย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการทำการเกษตรในรูปแบบใหม่ แทนการปลูกพืชชนิดเดียวจนล้นตลาดและทำให้ราคาตกต่ำ รวมทั้งยังสามารถถ่ายรูปสวยสวยกลางทุ่งดอกไม้เอาไว้อวดเพื่อนๆ บนโซเชียลได้อีกด้วย

นางแบบกิตติมศักดิ์ น้องอิงๆ นักข่าว MONO29 มายืนโพสสวยๆ กลางทุ่งดอกบูลซัลเวีย

ขอเก๊กหล่อๆ กลางทุ่งหญ้าหน้าเขาฟูจิเมืองไทยบ้าง

เก๊กหล่อได้ไม่นาน สุดท้ายก็…

มโนไปว่ากำลังลั้าลาวิ่งอยู่กลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์

ใครสนใจเข้ามาชมที่ Top View Resort สามารถติดต่อได้ที่ www.facebook.com/topviewresort/

**ขอขอบคุณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่พาผมเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในครั้งนี้ครับ**

ขอบคุณที่มา: https://www.facebook.com/watcharathit.katsri/

Advertisement

loading...