Advertisement

loading...

Advertisement

14 สุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง แถมจัดเต็มแก้ท้องผูก สูตรนี้เริดแน่

รู้ยัง ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ชนิดไหนบ้างที่ช่วยแก้ท้องผูกได้ ของดีจากธรรมชาติแบบนี้ ไม่หามาจัดสักทีระวังจะเสียดาย

เราอาจจะได้ยินกันมาตลอดว่าการรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ๆ จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง บรรเทาอาการไข้หวัด อีกทั้งยังช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อีก แต่ที่หลายคนยังไม่ทราบนั่นก็คือ ผลไม้ที่มีวิตามินซี และมีกากใยสูง ๆ ก็ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายได้เช่นกัน เพราะวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ยิ่งถ้าเป็นผลไม้ทั้ง 14 ชนิดที่เราหยิบมาแนะนำกันในวันนี้ ขอบอกเลยว่ามีทั้งไฟเบอร์สูง และมีวิตามินเพียบ อยากบอกลาอาการท้องผูกพร้อมกับสุขภาพดีละก็ นี่ล่ะค่ะ คือตัวช่วยที่ไม่ควรพลาด !

1. มะละกอ

สุดยอดผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซีต้องยกให้มะละกอค่ะ เพราะในมะละกอมีวิตามินซีสูงกว่าส้ม คือ 60.9 มิลลิกรัมต่อมะละกอ 100 กรัม และเพราะวิตามินซีที่สูงขนาดนี้อีกทั้งยังมีกากใยอยู่มากเลยทำให้มะละกอมีฤทธิ์ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามีดีเพียงเท่านี้ เพราะในมะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน (Papain) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ขอบอกเลยว่าใครที่กำลังท้องผูกบ่อย ๆ หันมารับประทานมะละกอกันเดี๋ยวนี้เลยค่ะรับรองสุขภาพดี ไม่เป็นหวัด และไม่ท้องผูกอีกแน่นอน แต่ถ้าอยากให้ประโยชน์เน้น ๆ เรื่องแก้ท้องผูก กินมะละกอดิบจะดีกว่า

2. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ถ้าอยากมีสุขภาพดี และไม่มีปัญหาเรื่องท้องผูก ผลไม้ตระกูลเบอร์รีช่วยคุณได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และแบล็กเบอร์รี เพราะว่าผลไม้เหล่านี้อุดมด้วยไฟเบอร์ที่สูงปรี๊ด อีกทั้งยังมีวิตามินซีเพียบ และคุณประโยชน์จากสารอาหารทั้งสองชนิดเมื่อรวมตัวกันก็จะทำให้ระบบการทำงานของลำไส้ดีขึ้น ที่อึดอัดถ่ายไม่ออกก็จะบรรเทา ไม่เพียงเท่านั้นวิตามินซีในผลไม้ตระกูลเบอร์รีก็ยังมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย เอาสิถ้ารับประทานผลไม้เหล่านี้แล้วไม่สุขภาพดีก็ให้รู้ไป !

3. อะโวคาโด

นอกจากจะอุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อหัวใจแล้ว ที่หลายคนยังไม่ทราบก็คือ อะโวคาโดยังช่วยแก้อาการท้องผูกและมีวิตามินซีสูงอีกด้วย โดยอะโวคาโด 100 กรัม มีวิตามินซีอยู่ที่ 10 มิลลิกรัม และมีไฟเบอร์ถึง 6.7 กรัม และด้วยปริมาณไฟเบอร์ขนาดนี้ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ได้ทั้งบำรุงหัวใจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และแก้ท้องผูกได้แบบนี้ หามารับประทานเลยรับรองไม่ผิดหวัง

4. มะม่วง

มะม่วงสุกที่หลาย ๆ คนชอบรับประทาน เพราะรสชาติหวานอร่อยมีวิตามินซีสูงไม่ใช่ย่อย ๆ เพียง 100 กรัมก็มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 46% ของปริมาณวิตามินซีที่เราควรได้รับต่อวันแล้วล่ะ ส่วนไฟเบอร์ในมะม่วงก็เรียกได้ว่าไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น โดยการศึกษาในปี 2013 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Gastroenterology พบว่าไฟเบอร์ในมะม่วงสามารถปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น เมื่อรวมกับฤทธิ์ของวิตามินซีในการเรื่องการช่วยระบาย ก็ยิ่งทำให้มะม่วงมีประโยชน์ต่อการทำงานของลำไส้ยิ่งขึ้น ลดอาการท้องผูก และลดความเสี่ยงโรคโครห์น (Crohn’s disease) ได้

5. ลูกแพร์

เราอาจจะคิดว่าลูกแพร์ควรรับประทานแต่เนื้อ แต่จริง ๆ แล้วถ้าอยากได้ประโยชน์มากขึ้น ควรรับประทานลูกแพร์ทั้งเปลือกเช่นเดียวกับแอปเปิล เพราะไฟเบอร์ในลูกแพร์นั้นอยู่ในเปลือกมากกว่าครึ่งเลยทีเดียว ช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น ยิ่งมีคุณสมบัติของวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นระบบลำไส้มาเสริม ก็ทำให้ผลไม้ชนิดนี้เหมาะกับการแก้อาการท้องผูกอย่างที่สุดเลย

6. ลูกพรุน (ลูกไหน)

ต้องอธิบายก่อนว่า ลูกไหน หรือลูกพรุนก็คือผลไม้ชนิดเดียวกัน เพียงแต่ลูกพรุนที่เราคุ้นเคยนั้นก็คือลูกไหนที่ผ่านการแปรรูปแล้ว ซึ่งในเรื่องของคุณค่าทางโภชนาการก็ดีไม่ยิ่งหย่อนกันเลย โดยสรรพคุณที่เด่นสุดก็คือเรื่องปัญหาท้องผูกนี่ล่ะ เพราะลูกพรุน 1 ลูกก็มีไฟเบอร์ถึง 1 กรัม รับประทานเพียงแค่ 2 -3 ลูกก็ช่วยลดความอึดอัดจากอาการท้องผูกได้ แต่ต้องระวังเรื่องการรับประทานลูกพรุนหรือน้ำลูกพรุนหน่อยนะคะ เพราะถ้ากินเยอะเกินไปแทนที่จะแก้ท้องผูกอาจจะเลยเถิดไปถึงขั้นทำให้ท้องเสียได้เลยนะ

7. ส้ม

วิตามินซีก็สูง ไฟเบอร์ก็สูง เพราะเหตุนี้จึงไม่แปลกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ อีกทั้งส้มยังเป็นผลไม้ที่มีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำ จึงช่วยแก้ท้องผูกได้อีกทาง โดยเฉพาะคนที่ท้องผูกเพราะกินน้ำน้อย การรับประทานส้มนี่ล่ะค่ะช่วยได้เป็นอย่างดี

8. องุ่น

ทั้งองุ่นแดงและองุ่นเขียวที่เรานิยมนำมารับประทานกัน ล้วนแต่เป็นผลไม้ที่คับคั่งไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 6 ไฟเบอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยองุ่นถูกจัดเป็นอาหารที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายทรงประสิทธิภาพ เพราะในองุ่นมีไฟเบอร์ชนิดที่ไม่ละลายน้ำซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบขับถ่าย อีกทั้งยังมีเซลลูโลส น้ำตาลและกรดจากธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกโดยการปรับสภาพกล้ามเนื้อลำไส้และระบบย่อยอาหารให้ทำงานสัมพันธ์กันมากขึ้น

9. กีวี

เห็นลักษณะผลแปลก ๆ ของกีวีแล้วก็อย่าเพิ่งสบประมาทผลไม้ชนิดนี้นะคะ เพราะเจ้ากีวีมีปริมาณวิตามินซีถึง 92.7 มิลลิกรัมต่อกีวี 100 กรัม เรียกได้ว่ากินกีวีแค่ผลเดียวก็ได้ปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเลยล่ะ ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกัน และระบบขับถ่าย แก้ปัญหาท้องผูก ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดความอ้วนได้อีก โอ้โห… ดีแบบนี้รีบไปหามากินด่วนเลยค่ะ

10. มะขาม

ได้ยินแค่ชื่อก็เปรี้ยวเข็ดฟันเลยใช่ไหมล่ะ มะขามเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วยตัวเอง และยังมีวิตามินซีกับไฟเบอร์ในปริมาณที่ไม่ขี้เหร่ ใครที่มีปัญหาเรื่องท้องผูกบ่อย ๆ การรับประทานมะขาม เนี่ยล่ะค่ะช่วยแก้อาการท้องผูกได้แน่ และไม่ต้องกังวลเรื่องหามะขามรับประทานยาก เพราะแค่มะขามเปียกก็ช่วยได้เป็นอย่างดี เพียงแค่นำมะขามเปียกมาแช่ในน้ำอุ่นแล้วนำน้ำมาดื่มเท่านี้ก็ช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้นเยอะเลยเชียวล่ะค่ะ

11. สับปะรด

เราทราบกันอยู่แล้วว่าสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีกรดจากธรรมชาติ และมีวิตามินซีสูง กรดในสับปะรดไม่ได้มีไว้เล่น ๆ นะคะบอกเลย แต่ฤทธิ์กรดในสับปะรดสามารถช่วยย่อยอาหารได้ ใครที่มีปัญหาเรื่องอาหารไม่ย่อย ท้องผูกบ่อย ๆ กินสับปะรดหลังกินข้าว ก็จะทำให้ถ่ายได้ง่ายขึ้น แถมวิตามินซีในสับปะรดก็ยังไปกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้อีก คราวนี้ล่ะ หายท้องผูกแน่นอน !

12. ฝรั่ง

ฝรั่ง ไม่ได้มีดีแค่เพียงช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังช่วยแก้ท้องผูก โดยเฉพาะเมล็ดฝรั่งที่เราไม่ค่อยรับประทานกันเพราะเราเชื่อว่าจะเป็นไส้ติ่งอักเสบนี่ล่ะค่ะ เจ้าเมล็ดฝรั่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอย่างดี ส่งผลให้อาการท้องผูกบรรเทาลง และยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยในการทำงานของลำไส้ ขณะที่ปริมาณวิตามินซีก็ไม่ใช่น้อย ๆ มีถึง 228.3 มิลลิกรัมต่อฝรั่ง 100 กรัม ถ้ารับประทานเป็นประจำก็มั่นใจได้เลยว่า บอกลาอาการท้องผูกพร้อมกับมีสุขภาพดีแบบจัดเต็มโดยยังหุ่นยังเป๊ะได้แน่นอน !

13. ขนุน

ผลไม้สุดโปรดของใครหลายคนอย่างขนุน ไม่ได้มีดีแค่ช่วยป้องกันมะเร็ง เพราะเจ้าผลไม้ชนิดนี้มีไฟเบอร์ถึง 1.5 กรัม ต่อปริมาณ 100 กรัม ช่วยเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แก้ปัญหาท้องผูกได้ตามธรรมชาติ อีกทั้งวิตามินซีในขนุนที่มีสูงกว่า 13 กรัมต่อปริมาณขนุน 100 กรัม จึงเป็นตัวช่วยที่ดีของคนที่อยากจะจบปัญหาท้องผูก ขณะที่ไฟเบอร์ยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ทำให้ลำไส้สะอาด ห่างไกลจากความเสี่ยงโรคมะเร็งได้อีกด้วย แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องปริมาณการรับประทานนะคะ เพราะกินเยอะเกินไปอาจจะทำให้อ้วน เนื่องจากขนุนมีน้ำตาลสูงค่ะ

14. แก้วมังกร

แก้วมังกร เป็นผลไม้สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเพราะน้ำตาลน้อย ไฟเบอร์สูง แต่ที่น่าสนใจไปยิ่งกว่านั้นก็คือ แก้วมังกรเองก็มีวิตามินซีสูงใช่ย่อย ชวยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อย รวมทั้งช่วยจัดการการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ ลดอาการท้องผูก ลดความเสี่ยงลำไส้แปรปรวน และโรคมะเร็งลำไส้ได้อีก ไม่เพียงเท่านั้น ถ้ากินเป็นประจำก็ยังลดน้ำหนักได้อีกต่างหาก

แม้ว่าอาหารจะช่วยแก้อาการท้องผูกได้ แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตให้ดีกับสุขภาพยิ่งขึ้นก็จะยิ่งลดอาการท้องผูกในระยะยาวได้ ถ้าหากเรารับประทานผลไม้เหล่านี้แต่ไม่ยอมออกกำลังกาย หรือยังคงดื่มน้ำน้อย ก็ไม่มีทางที่อาการท้องผูกจะหายไปอย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณเปลี่ยนอาหารก็แล้ว เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็แล้ว หรือออกกำลังกายมากขึ้นแต่อาการท้องผูกยังไม่หายไป ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัยดีกว่านะคะ

 

ข้อมูลจาก:http://sakiddailynews.com

 

 

Advertisement

loading...