โทษของ “ผงชูรส” อันตรายมากกว่าทำให้กระหายน้ำ ผมร่วง หัวล้าน อันตราย โทษของผงชูรส

Advertisement

โทษของ “ผงชูรส” อันตรายมากกว่าทำให้กระหายน้ำ ผมร่วง หัวล้าน
อันตราย โทษของผงชูรส

เป็นที่ทราบกันดีว่าองค์ประกอบของอาหารแต่ละจานนอกจากรสชาติอาหารและความสวยงามแล้ว วัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน ยิ่งเป็นวัตถุดิบที่เพิ่มความกลมกล่อมให้กับอาหารด้วยแล้ว ยิ่งยากที่จะหลีกเลี่ยง แน่นอนว่า ‘สุขภาพดี’ กำลังพูดถึงเครื่องปรุงรส ‘อูมามิ’ หรือ “ผงชูรส” สุดยอดเครื่องปรุงรสที่ทำให้อาหารแทบทุกเมนูอร่อยได้ราวกับมีเวทมนต์ อย่างไรก็ตามแม้ “ผงชูรส” จะถูกนำมาใช้ในวงการอาหารอย่างแพร่หลาย แต่ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายของผงชูรสเผยแพร่ออกมาอยู่ตลอด วันนี้เราชาวสุขภาพดี…จึงไม่พลาดที่จะพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของเครื่องปรุงรสอร่อยอย่าง “ผงชูรส” (โทษของผงชูรส) กันค่ะ
สารอันตรายใน “ผงชูรส”

จากการศึกษาพบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผงชูรสจัดเป็นสารที่เป็นอันตรายหากบริโภคในปริมาณมากๆ ก็คือ วัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่มีการหมักและใช้สารเคมีหลายชนิด ทั้ง กรดเกลือ (ไฮโดรเจนคลอริก) กำมะถัน (ซัลฟูริก) ยูเรีย (สารประกอบสำคัญในปัสสาวะมนุษย์) และด่างโซดาไฟ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ มากมาย
7 โรคภัย จากสารอันตรายในผงชูรส

1. โทษของผงชูรสทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ การรับประทานผงชูรสในปริมาณมากทุกๆวัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานโรคลดลง โดยเฉพาะในรายที่เป็นภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคเอดส์ จะทำให้ติดเชื้อได้ง่ายและอาการทรุดเร็วกว่าปกติ

2. โทษของผงชูรสส่งผลให้สมองส่วนหน้าทำงานผิดปกติ ส่วนประกอบของผงชูรสมีฤทธิ์ทำลายสมองส่วนหน้าหรือที่เรียกว่า Hypothalamus ซึ่งเป็นสมองส่วนสำคัญในการควบคุมระบบสืบพันธุ์ในร่างกาย ทำให้อวัยวะสืบพันธุ์มีขนาดเล็กลง เสี่ยงต่อการเป็นหมัน นอกจากนั้นสมองส่วน Hypothalamus ยังทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย หากอวัยวะส่วนนี้ถูกทำลาย จะทำให้เจริญเติบโตช้า พัฒนาการด้านการเรียนรู้ลดลงและอาจส่งผลให้ปัญญาอ่อนได้

3. โทษของผงชูรสส่งผลต่อประสาทตา สำหรับผู้ที่บริโภคผงชูรสเป็นประจำตั้งแต่อายุยังน้อย มีโอกาสสูงที่ระบบประสาทตาเสื่อมไวกว่าคนปกติ ซึ่งข้อพิสูจน์นี้ถูกเผยแพร่โดยห้อง Lab จากอเมริกา โดยสัตว์ทดลองมีภาวะตาเสียและตาบอดเมื่อได้รับผงชูรสในปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน

Advertisement

loading...

4. โทษของผงชูรสทำให้กระดูกและไขกระดูกถูกทำลาย การรับประทานผงชูรสเกินขนาดสะสมมาเป็นเวลานานส่งผลต่อการผลิตเม็ดเลือดแดงภายในร่างกาย เนื่องจากเมื่อไขกระดูกถูกทำลายจะไม่สามารถผลิตเม็ดเลือดแดงเพื่อส่งออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ เสี่ยงต่อโรคสมองขาดออกซิเจนและโรคเลือดจางในอนาคต

5. โทษของผงชูรสทำให้ผิวหนังไม่แข็งแรง สารสำคัญในผงชูรสเป็นตัวการที่ทำให้วิตามินบี 6 ในร่างกายลดลง ส่งผลระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากร่างกายขาดวิตามินบี 6 จะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย จากการศึกษาพบว่าผงชูรสทำให้เกิดอาการแพ้บริเวณผิวหนังเรื้อรังได้มากกว่าปกติ

6. โทษของผงชูรสก่อให้เกิดความผิดปกติกับทารกในครรภ์ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่รับประทานผงชูรสเป็นประจำ อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการเลือดคลั่งในสมองของทารก นอกจากนั้นในรายที่แพ้จะทำให้ทารกแรกเกิดมีอาการชักไม่ทราบสาเหตุได้

7. โทษของผงชูรสเพิ่มความเสี่ยงโรคไตและความดันโลหิตสูง ในผงชูรสมีปริมาณโซเดียวอยู่ค่อนข้างมาก สังเกตได้จากรสเค็มๆ (แต่กลมกล่อม) โดยไตต้องทำงานอย่างหนักเพื่อขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ทำให้ในบางรายเกิดอาการไตวายจากการรับประทานผงชูรสเกินขนาดได้ นอกจากนั้นยังส่งผลต่อระบบหมุนเวียนเลือดและทำให้ความดันโลหิตสูง
ทานอย่างไรให้ปลอดภัย ห่างไกลอันตรายของผงชูรส

จากโทษของผงชูรสที่กล่าวมาทุกข้อ…จะสังเกตได้ว่า“ผงชูรส” เป็นเครื่องปรุงที่แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากเพิ่มความกลมกล่อม (ซึ่งในบางครั้งเราอาจคิดไปเองเสียด้วยซ้ำว่าใส่แล้วอร่อย) โดยหากรับประทานในปริมาณที่ไม่เหมาะสมจะนำมาซึ่งโรคต่างๆ มากมาย ซึ่งถ้าโชคดีอาจจะแค่ผมร่วง หัวล้าน แต่ถ้าหนักๆ เข้าอาจทำให้เป็นโรคไต โรคผิวหนังหรือโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดได้

ดังนั้นการรับประทานผงชูรสในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรใส่ใจ โดยปกติแล้วคนเราสามารถรับประทานผงชูรสได้ไม่เกิน2 ช้อนชาในแต่ละวัน และต้องหยุดรับประทานทันที หากมีอาการแพ้ เช่น เกิดอาการชาไม่ทราบสาเหตุ ร้อนวูบวาบบริเวณลิ้นและริมฝีปากด้านนอก หรือมีผื่นขึ้นตามร่างกาย

อย่างไรก็ตามแม้ “ผงชูรส” จะเป็นเครื่องปรุงรสที่มีข้อเสียค่อนข้างมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแทบทุกเมนูของอาหารไทยรวมไปถึงอาหารเอเชี่ยนอื่นๆ ต้องมีผงชูรสเป็นส่วนประกอบสำคัญ ดังนั้นหากจำเป็นต้องรับประทานผงชูรสก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมหรือหากเป็นไปได้ให้งดใส่ผงชูรสในอาหารที่ทำรับประทานเองที่บ้าน (เพราะข้างนอกเราได้รับผงชูรสมากพอแล้ว) ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงโทษของผงชูรสที่มีผลเสียต่อร่างกาย และเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของตัวคุณและคนที่คุณรัก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก น่ารู้…คู่สุขภาพดี

Advertisement

loading...

แพทย์จีนอายุ 126 ปี ก่อนลาจากโลกนี้ไป ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชา ดูแลถนอมสุขภาพตนเอง

แพทย์จีนอายุ 126 ปี ก่อนลาจากโลกนี้ไป ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชา ดูแลถนอมสุขภาพตนเอง

1 ชุด

1.ถูไถฝ่ามือ
1 นาทีประมาณ 300 ครั้ง เพื่อกระตุ้นอวัยวะภายใน
ปรับสมดุลหยินหยาง บำบัดอาการปวดไหล่ 
และสายตาเมื่อยล้า

2.ใช้มือลูบผมจากหน้าผากถึงท้ายทอย
วันละ2 – 4 ครั้งเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตของหัวใจ บำรุงรากผมทำให้เส้นผมดําเงางาม

3.คลึงใบหู 1 นาที
ใช้มือคลึงใบหูไปมาทั้ง 2 ข้างจนรู้สึกอุ่น
เพื่อเสริมการฟัง
โดยสามารถแก้หูอื้อสายตาพร่ามัวป้องกันเป็นอัลไซเมอร์

4.กลอกตา 1 นาที กลอกตาตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกาข้างละ 30 ครั้งทำให้ตาสว่าง กล้ามเนื้อตาแข็งแรง ป้องกันเนื้อเยื่อตาอักเสบและสายตาสั้น

5.ใช้นิ้วหัวแม่มือถูไถร่องจมูก 1 นาทีประมาณ 50 ครั้ง บำบัดอาการหวัด ติดเชื้อทางเดินหายใจ รวมทั้งโรคหัวใจและโรคเส้นโลหิตหัวใจตีบ

6.ขบฟันม้วนลิ้น เบาๆ1 นาที
ทำให้รากฟันและเหงือกโลหิตไหลเวียน ม้วนลิ้นทำให้ลิ้นเคลื่อนไหวสะดวกเพิ่มการรับรู้รสชาติ

7.กดที่สะดือเบาๆ 1 นาที
ใช้ฝ่ามือคลึงรอบสะดือตามเข็มนาฬิกา ทำให้กระเพาะลำไส้ขับถ่ายไหลลื่น ยังช่วยในการย่อยอาหารด้วย

8.แขม่วท้องขมิบก้น 1 นาที
เพิ่มการยืดหดกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนัก

9.ยืดพับแขนขา 1 นาที
ทำให้โลหิตและออกซิเจนไหลเวียนอย่างรวดเร็ว เพียงพอสำหรับระบบสูบฉีดโลหิตของหัวใจ

10.นวดคลึงฝ่าเท้า 1 นาที
นอนหงายแล้วใช้ส้นเท้าสับเปลี่ยนกันนวดคลึงฝ่าเท้า สามารถปรับสมดุลในไตรวมทั้งล้างตับ
ตาสว่างสายตาอ่อนล้า นอนไม่หลับ หูอื้อ เป็นต้น

คลิปที่แนบนี้ดีมาก
มีภาพประกอบคำแนะนำ
ให้ปฏิบัติได้ถูกต้อง….
※126歲老中醫去世前留給他孫女的一套保健養生術!http://u3282763.viewer.maka.im/k/JOA0NOH2?from=singlemessage